ไพ่เสือมังกร (Dragon Tiger)

ไพ่เสือมังกร (Dragon Tiger) เป็นอีกหนึ่ง เกมไพ่เดิมพันยอดฮิต บนเว็บพนันออนไลน์ ก็เพราะด้วยรูปแบบของเกมที่ง่าย ตรงไปตรงมา ใช้เวลาตัดสินผลเดิมพันรวดเร็ว ทำให้ไม่ว่าจะทั้งนักพนันมือใหม่ หรือมือเก๋า ต่างก็เลือกเล่นไพ่เสือมังกร เพื่อทำเงินจากเว็บคาสิโน

ในปัจจุบันนี้ มีเกมไพ่เกิดขึ้นมาหลากหลายแก้มด้วยกัน ซึ่งแต่ละเกมก็จะมีวิธีการเล่นที่แตกต่างกันบ้างเพียงเล็กน้อย และเกมไพ่ที่เล่นง่ายได้กำไรเร็ว ก็มีอยู่แค่เพียงไม่กี่เกมเท่านั้น หนึ่งในเกมนั้น ก็คือ เกมไพ่เสือมังกร เอง ซึ่งเกมนี้จะมีการนับแต้มอย่างไรและ คุณควรนำเทคนิคใดบ้างไปใช้กับการเล่นไพ่มังกรเสือ เราก็มีข้อมูลมาให้คุณได้ดูกันแล้ว

และในบทความนี้เราจะพาไปดูวิธีเล่น ไพ่เสือมังกร เล่นยังไง รวมไปถึงเทคนิคพื้นฐานสำหรับนำไปปรับใช้ เป็นสูตรเล่นไพ่เสือมังกร ให้ได้เงินจริงกลับมาจากการชนะเจ้ามือ

วิธีเล่นไพ่เสือมังกร เล่นยังไง

วิธีการเล่นไพ่เสือมังกร มีความคล้ายคลึงกับ วิธีเล่นบาคาร่า มากๆ เพียงแต่ว่าวิธีเล่นไพ่เสือมังกร จะตัดสินผลแพ้ชนะด้วยไพ่ 1 ใบ ไม่มีการเปิดไพ่ใบที่ 2 หรือ 3 เหมือนบาคาร่า

โดยผู้เล่นต้องเลือกแทงว่าไพ่ฝั่ง เสือ หรือมังกร จะมีแต้มสูงกว่ากัน และรูปแบบการแทงจะมีให้เลือกแค่ 3 รูปแบบ เท่านั้น

หลังจากที่เลือกห้องคาสิโนสดที่ชอบแล้ว ขั้นตอนในการแทงไพ่เสือมังกร จะเป็นไปตามนี้

  1. เลือกแทงระหว่าง ‘เสือ’, ‘มังกร’ หรือ ‘เสมอ’ (แทงสวนระหว่าง เสือ และ มังกร ไม่ได้นะ)
  2. ดีลเลอร์แจกไพ่ฝั่งละ 1 ใบ
  3. เปิดไพ่ และวัดแต้มว่าฝั่งไหนได้แต้มมากกว่า ฝั่งนั้นชนะเดิมพันทันที

รูปแบบการแทงไพ่เสือมังกร

แทงฝั่งมังกร (Dragon)

การแทงฝั่งมังกร หรือ ฝั่งสีแดง คือการที่เราวางเดิมพันว่า แต้มของฝั่งมังกรจะมากกว่าแต้มของฝั่งเสือ ซึ่งผู้เล่นฝั่งมังกรจะได้รับไพ่ และมีโอกาสได้เปิดไพ่ก่อน ทำให้รู้คะแนนก่อนนั่นเอง โดยอัตราการจ่ายเงินเดิมพันอยู่ที่ 1:1

แทงฝั่งเสือ (Tiger)

แทงฝั่งเสือ หรือ ฝั่งสีน้ำเงิน ก็คือการที่ทายว่าฝั่งเสือจะมีแต้มมากกว่าฝั่งมังกรนั่นเอง ซึ่งผู้เล่นฝั่งเสือจะได้รับไพ่ทีหลัง ซึ่งทำให้รู้คะแนนทีหลังฝั่งมังกร โดยอัตราการจ่ายเงินเดิมพันอยู่ที่ 1:1 เช่นเดียวกัน

แทงเสมอ (Tie)

การแทงรูปแบบนี้ คือการที่เราเลือกเดิมพันว่า แต้มของทั้งสองฝั่งจะมีค่าเท่ากัน ซึ่งโอกาสที่ไพ่ทั้งสองฝั่งจะออกมาเสมอกันนั้นเป็นไปได้ง่ายกว่าเกมไพ่ชนิดอื่นๆ จึงทำให้อัตราจ่ายเงินเดิมพันสูงถึง 1:8 กันเลยทีเดียว

ตัวอย่างการแทงไพ่เสือมังกร

กติกาการเล่นไพ่เสือมังกร

  1. ผู้เล่นจะต้องเลือกเดิมพันในช่อง มังกร(สีแดง) เสือ(สีน้ำเงิน) และเสมอ
  2. แต่ละเกมการเล่นจะมีเวลาให้วางเดิมพันทั้งหมด 25-50 วินาที เท่านั้น ขึ้นอยู่กับเว็บไซต์ที่ให้บริการ และโต๊ะที่เล่น ดังนั้นควรดูให้ดีก่อนเล่น
  3. ดีลเลอร์จะเป็นคนแจกไพ่ ฝั่งละ 1 ใบ โดยฝั่งที่ชนะคือ ฝั่งที่มีแต้มมากกว่า ซึ่งเป็นเกมไพ่เสือมังกรเป็นเกมที่เล่นแบบไพ่เดียวจบ ดังนั้นวัดดวงกันไปเลยว่าฝั่งไหนจะมา
  4. แต้มของไพ่แต่ละใบก็ตามหน้าเลขไพ่ ยกเว้นในส่วนของ K = 13, Q= 12, J= 11 และ A= 1
  5. หากผลออกมาเสมอ ผู้เล่นที่วางเดิมพันทั้งในฝั่งของมังกรและเสือ จะต้องเสียเงินเดิมพันครึ่งนึงที่วางลงไป ยกตัวอย่างเช่น ถ้าผู้เล่นวางเดิมพันฝั่งเสือ 200 บาท แล้วผลออกมาเสมอ ก็จะต้องเสียเงินเดิมพัน 100 บาท ส่วนอีก 100 บาทก็ได้กลับไปนั่นเอง

จะเห็นได้ว่ากติกาการเล่น และรูปแบบการเล่นไพ่เสือมังกรนั้นมีความตรงไปตรงมา ไม่ได้ยุ่งยากซับซ้อน อีกทั้งยังเป็นเกมที่จบเร็วมากๆ

สูตรไพ่เสือมังกร ให้ได้เงินจริง

ในส่วนนี้เราจะมาพูดถึงเทคนิค หรือสูตรวิธีเล่นไพ่เสือมังกรออนไลน์ ให้ได้เงินจริง และมีโอกาสชนะมากกว่าการแทงแบบเดาสุ่ม ซึ่งไม่ว่าจะเป็นนักพนันมือใหม่ หรือเซียนคาสิโน ก็สามารถนำเทคนิคนี้ไปปรับใช้ ในการเล่นเสือมังกรกันดูได้

1) สูตรเค้าไพ่เสือมังกร

เทคนิคนี้ถือเป็นเทคนิคขั้นพื้นฐานที่ทุกคนจำเป็นจะต้องรู้ เพราะมีวิธีสังเกตที่ไม่ยาก โดยเค้าไพ่ก็คือ เมื่อฝั่งใดฝั่งหนึ่งชนะติดต่อกันหลายครั้ง ยกตัวอย่างเช่น หากฝั่งมังกรชนะติดต่อกัน 3 ครั้ง ครั้งที่ 4 มีโอกาสสูงมาก ที่ไพ่จะออกมาเป็นมังกร เป็นต้น

2) สูตรเสือมังกร เค้าไพ่ปิงปอง

เทคนิคนี้มีลักษณะการออกไพ่ที่สลับกันไปมาแต่ละฝั่ง เหมือนการเล่นปิงปอง เช่น ไพ่ออกฝั่งเสือ, มังกร, เสมอ และ เสือ แบบนี้เป็นต้น ซึ่งเมื่อเกิดเค้าไพ่ปิงปองขึ้นมา เราก็ขอแนะนำให้ผู้เล่นลงเดิมพันสลับกันไปเรื่อยๆ จนกว่าเค้าไพ่จะออกมาเป็นแบบซ้ำๆ กัน แล้วเราก็ถึงเอาเทคนิคก่อนหน้ามาใช้ได้

3) สูตรเค้าไพ่ 2 ตัวติด

เทคนิคนี้คือ การที่ฝั่งนึงชนะ 2 ครั้งติดแล้วเปลี่ยนฝั่ง กลับมาชนะ 2 ครั้งติดอีกเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น ฝั่งมังกรชนะ 2 ครั้งติด แล้วต่อมา ฝั่งเสือก็ชนะ 2 ครั้งติด

ซึ่งถ้าเกิดไพ่สองตัวติดขึ้นมา เราก็ขอแนะนำให้ผู้เล่นแทงตามฝั่งที่มีแววว่าจะชนะครั้งที่ 2 นั่นเอง

จับจุดไพ่เสือมังกร เล่นเสือมังกรให้ได้เงินทุกวัน

มีเกมพนันออนไลน์เยอะมากให้เราได้เลือกตามความต้องการ แต่โดยส่วนมากแล้วจะสถิติทั้งหมดของการวางเดิมพัน เกมไพ่จะได้รับความนิยมเป็นอันดับ 1 ซึ่งมี 2 เกมนั่นก็คือบาคาร่า และเสือมังกร นักพนันหลายคนคงจะรู้จักกับเกมบาคาร่ากันเป็นอย่างดีเพราะว่าได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย ในกลุ่มของเกมที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันนั่นก็คือเสือมังกร วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับมัน พร้อมเทคนิคพิเศษกับการ จับจุดไพ่เสือมังกร ที่จะช่วยให้คุณสร้างผลกำไรได้อย่างชัดเจน ซึ่งเนื้อหาสาระเหล่านี้จะเป็นอย่างไรไปติดตามชมกันครับ

กติกา เกมคาสิโนออนไลน์ เสือ มังกร

ถือว่าเป็นอีกเกมหนึ่งที่รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากเป็นเกมการเดิมพันที่จดไว้ใช้เวลาไม่เกิน 10 วินาที เพียงคุณทายผลว่าให้ของฝั่งใดจะมีแต้มมากกว่ากัน จากนั้นจะทำการเปิดไพ่มาฝั่งละ 1 ใบเพื่อดูว่าแต้มฝั่งไหนจะเป็นผู้ชนะ กติกาการวางเดิมพันง่ายๆ แต่ใช้ใจสู้ค่อนข้างสูง ใครที่เป็นนักพนันชื่นชอบการวัดดวง อยากให้อะดรีนาลีนสูบฉีดพุ่งพล่านเกมนี้ตอบโจทย์สำหรับคุณ

กติกา การเล่นเกม เสือ มังกร

จะมีการแจกไพ่ให้ 2 ฝั่ง เสือ และ มังกร โดยผู้ที่มีแต้มมากที่สุดจะถือว่าชนะในตานั้น หากเราวางฝั่งผู้ชนะจะได้รับเงินรางวัล ตามอัตราต่อรองต่างๆ

วิธีการนับแต้ม

หมายเลขต่างๆ เช่น 2 / 3 / 4 จะถูกนับตามจำนวนแต้มของหน้าไพ่ ยกเว้น

ไพ่“A” เอซ นับเป็น 1 แต้ม
ไพ่ “J” นับเป็น 11 แต้ม
ไพ่ “Q” นับเป็น 12 แต้ม
ไพ่ “K” นับเป็น 13 แต้ม ซึ่งถือว่าเป็นแต้มมากที่สุดในเกม เสือ มังกร
รูปแบบการวางเดิมพัน
ทาย เสือ ชนะ มีอัตราจ่าย 1 เท่า
ทาย มังกร ชนะ มีอัตราจ่าย 1 เท่า
***ในกรณี หากว่าไพ่ของทั้งสองฝั่งออกมาเสมอกัน จะต้องเสียเงินเดิมพันจำนวนครึ่งหนึ่ง

ทาย Tie (เสมอ) มีอัตราจ่าย 8 เท่า
ทาย ว่าออกเลขคี่ มีอัตราจ่าย 0.75 เท่า
ทาย ว่าออกเลขคู่ มีอัตราจ่าย 1.05 เท่า
ทาย ว่าออกแดง มีอัตราจ่าย 0.9 เท่า
ทาย ว่าออกดำ มีอัตราจ่าย 0.9 เท่า
***ในกรณีที่มีการเปิดไพ่เกิน 50 ตา จะไม่เปิดให้วางเดิมพันเพื่อทายผล คู่ / คี่ / ดำ / แดง

จับจุดไพ่เสือมังกร เทคนิคง่ายๆ แต่ทำเงินได้จริง

ก่อนอื่นเราจะแยกเทคนิคออกเป็น 2 รูปแบบ นั่นก็คือรูปแบบของการเดินเงิน และรูปแบบของการอ่านเค้าไพ่ และอีก 1 รูปแบบที่พิเศษสุดซึ่งไม่มีใครเคยรู้มาก่อน นั่นก็คือการใช้หลักคณิตศาสตร์ รับรองว่าใช้ได้ผลจริงทุกสูตรอย่างแน่นอน

รูปแบบของการเดินเงิน

การเดินเงินคือการใช้ตัวเงินทุนเป็นหลัก เพื่อสร้างโอกาสชนะในการวางเดิมพันมากยิ่งขึ้น มีหลากหลายเทคนิค แต่เทคนิคที่เราอยากจะแนะนำมีเพียง 2 วิธีเท่านั้น มันคือวิธีที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบัน

สูตรการเดินเงินแบบแทงทบ : ถ้าจะให้บอกง่ายที่สุดก็คือ ไม่ว่าคุณจะเสียเงินในรอบที่แล้วเท่าไหร่ ในรอบต่อไปให้คุณวางเดิมพันเพิ่มขึ้นหนึ่งเท่านั้นเอง เช่น ตามตัวอย่างต่อไปนี้

วางเดิมพัน 100 บาท แพ้พนัน เสียเงิน 100 บาท
วางเดิมพัน 200 บาท แพ้พนัน เสียเงิน 200 บาท + รอบที่แล้ว 100 บาท ตอนนี้คุณเสีย 300 บาท
วางเดิมพัน 400 บาท แพ้พนัน เสียเงิน 400 บาท + รอบที่แล้ว 300 บาท ตอนนี้คุณเสีย 700 บาท
วางเดิมพัน 800 บาท ชนะพนันได้เงิน 800 บาท – รอบที่แล้วเสีย 700 บาท เท่ากับตอนนี้คุณมีกำไร 100 บาท
จะเห็นได้ว่าการใช้สูตรเดินเงินแบบแทงทบแทบจะไม่มีโอกาสที่คุณจะเสียเงินเลย เพราะว่าขอเพียงแค่ชนะ 1 ครั้งคุณจะได้เงินทุนคืนทั้งหมดพร้อมกับกำไร แต่การใช้สูตรเดินเงินประเภทนี้เหมาะสำหรับคนที่มีเงินทุนจำนวนมากเท่านั้น เพราะถ้าคุณเสียหลายครั้งติดๆ กัน การวางเดิมพันในรอบต่อไปอาจจะใช้เงินทุนถึงหลักหมื่น เพื่อสร้างผลกำไรเพียงแค่หลักร้อย จึงจำเป็นจะต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก และจะต้องใช้ใจที่แข็งแกร่ง

สูตรการเดินเงินประเภทชนะ 2 ตาติด : การเดินเงินวิธีนี้จะแตกต่างกับการแทงทบ ใช้เงินทุนน้อย สร้างผลกำไรสูง แต่ว่าจะต้องมีเรื่องของดวงเข้ามาบวกด้วย ดังตัวอย่างต่อไปนี้

รอบที่ 1 วางเดิมพัน 100 บาท แพ้พนัน เสียเงิน 100 บาท
รอบที่ 2 วางเดิมพัน 100 บาท แพ้พนัน เสียเงิน 100 บาท + รอบที่แล้ว 100 บาท ตอนนี้คุณเสีย 200 บาท
รอบที่ 3 วางเดิมพัน 100 บาท ชนะพนันได้เงิน 100 บาท (เมื่อคุณชนะการวางเดิมพัน ในรอบต่อไปควรวางเดิมพันด้วยเงินทั้งหมด)
รอบที่ 4 วางเดิมพัน 200 บาท ชนะพนันได้เงิน 200 บาท + รอบที่ 3 – รอบที่ 2 – รอบที่ 1 เท่ากับว่าตอนนี้กูจะมีกำไร 100 บาท
ในการวางเดิมพันด้วยสูตรเดินเงินวิธีนี้ แค่คุณสามารถชนะครึ่งหนึ่งจากการวางเดิมพันทั้งหมด ดังตัวอย่างการวางเดิมพัน 4 รอบ คุณชนะเพียงแค่ 2 รอบ ซึ่งโดยปกติคุณจะต้องเท่าทุน แต่เมื่อคุณใช้สูตรนี้คุณจะได้กำไร 100 บาท แม่ว่าสูตรนี้จะใช้เงินทุนน้อย แต่ว่าก็ต้องชนะในการวางเดิมพัน เพราะฉะนั้นคุณจำเป็นจะต้องใช้สูตรการอ่านเค้าไพ่ควบคู่กันไปด้วย ด้วยเทคนิคต่อไปที่เรากำลังจะบอก

จับจุดไพ่เสือมังกร เทคนิคการอ่านเค้าไพ่

เทคนิคการอ่านเค้าไพ่มีมากกว่า 10 รูปแบบ จริงๆ แล้วรูปแบบของเกมเสือมังกร และรูปแบบของเกมบาคาร่าคุณสามารถใช้เทคนิคการอ่านเค้าไพ่ร่วมกันได้ และนี่คือ 2 รูปแบบที่ดีที่สุด ถูกยอมรับจากเหล่าบรรดานักพนันว่าใช้ได้ผลจริง 100%

เค้าไพ่หางมังกร : สำหรับใครที่เป็นนักพนัน และวางเดิมพันกันบ่อยคุณอาจจะรู้จักรูปแบบเค้าไพ่ประเภทนี้กันดีอยู่แล้ว มันคือการวางเดิมพันผู้ชนะซ้ำๆ กันนั่นเองดังตัวอย่างต่อไปนี้

เมื่อมีผลของผู้ชนะฝั่งใดฝั่งหนึ่งออกติดๆ กันตั้งแต่ 5 ครั้งขึ้นไป เช่น เจ้ามือชนะ >>> เจ้ามือชนะ >>> เจ้ามือชนะ >>> เจ้ามือชนะ >>> เจ้ามือชนะ >>> จากตัวอย่างต่อไปนี้โอกาสที่ครั้งต่อไป จะออกเป็นผู้เล่นชนะหลายคนคิดว่าคงจะมีโอกาสค่อนข้างสูง แต่ที่จริงแล้วเมื่อปรากฏเค้าไพ่ในรูปแบบนี้ โอกาสที่เจ้ามือจะชนะจะติดต่อกันมากขึ้นไปเรื่อยๆ จากประสบการณ์ส่วนตัวเคยพบเห็นการออกฝั่งใดฝั่งหนึ่งชนะติดต่อกันมากถึง 17 ครั้ง เพราะฉะนั้นคุณควรวางเดิมพันเจ้ามือต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเสียเงินวางเดิมพัน

เค้าไพ่ปิงปอง : อีกหนึ่งรูปแบบการอ่านเค้าไพ่ที่ค่อนข้างใช้งานได้ง่าย มองหาโต๊ะพนันเสือมังกรที่มีการออกผลผู้ชนะสลับกันไปมา เช่น เจ้ามือชนะ >>> ผู้เล่นชนะ >>> เจ้ามือชนะ >>> ผู้เล่นชนะ >>> เจ้ามือชนะ >>> ผู้เล่นชนะ >>> ใน 6 รอบที่ผ่านมาผู้ชนะสลับกันไปมาทั้งหมด เพราะฉะนั้นในรอบที่ 7 คุณก็สามารถวางลงพันฝั่งตรงข้ามของผู้ชนะในรอบเมื่อกี้ได้ทันทีนั่นก็คือวางเดิมพันฝั่งเจ้ามือ คุณสามารถวางเดิมพันได้เรื่อยๆ จนกว่าจะเสียเงินวางเดิมพัน

จับจุดไพ่เสือมังกร เทคนิคลับเฉพาะที่เซียนไพ่ต้องรู้

เทคนิคสุดท้ายที่เราอยากจะมาแนะนำ นั่นก็คือการใช้หลักคำนวณของคณิตศาสตร์ การวางเดิมพันไพ่เสือมังกร dealer จะใช้ไพ่ประมาณ 5 – 6 สำหรับ นั่นหมายความว่าจะมีไพ่ที่เป็น เลขคี่ มากกว่า เลขคู่ ประมาณ 20 ใบขึ้นไป คุณควร เลือกโต๊ะ วางเดิมพัน ที่ยังไม่มีการเปิดไพ่มาก่อน จากนั้นทำ การนับไพ่ แต่ละใบที่เปิดออกมา ถ้าออก ไพ่เลขคู่ ให้บวกเข้าไป 1 แต้ม ถ้าออกให้ เลขคี่ ให้ลบออกไป 1 แต้ม เมื่อไหร่ก็ตามที่มีแต้มบวกมากกว่า 10 แต้ม คุณสามารถวางเดิมพันเลขคี่ได้ทันที โอกาสนี้จะช่วยให้คุณสามารถเก็บผลกำไรได้ง่ายๆ จากหลักคณิตศาสตร์ซึ่งเป็นจริง 100%

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

*