การออกแบบบ้านให้ดูแพง แต่งบ้านให้ดูดี และป้องกันบ้านร้อน

การออกแบบ Luxury Home

ตกแต่งบ้านให้หรูดูดี ด้วยวิธี การออกแบบ

การออกแบบ มีอิทธิพลต่อความรู้สึก การออกแบบที่ดีสามารถกำหนดความรู้สึกให้ผู้พบเห็นได้สัมผัสถึงเจตนารมณ์ที่ผู้ออกแบบต้องการนำเสนอ บางท่านเลือกที่จะออกแบบบ้านให้ดูอบอุ่น บางท่านชอบความเรียบง่าย วิถีพอเพียง แต่สำหรับเนื้อหาชุดนี้ ว่ากันด้วยแนวทางออกแบบบ้านให้ดูแพง แต่งบ้านให้ดูดี คำว่าแพงในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงการซื้อของแพง ๆ มาตกแต่งนะครับ แต่เป็นการนำศาสตร์ด้านการออกแบบมาประยุกต์ใช้เพื่อให้วัสดุเดิม ๆ ดูแพงเกินราคาที่จ่ายไป

1. เริ่มกันด้วย กรอบช่องแสงขนาดใหญ่

แนวทางแรกในการออกแบบบ้านให้ดูแพง คือการเล่นกับขนาดสัดส่วนของพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อให้สัมผัสได้ถึงความกว้างใหญ่ โปร่งสบายตา และหนึ่งในพื้นที่ที่มีอิทธิพลกับงานออกแบบบ้านมาก คือ ผนัง นั่นอาจเป็นเพราะผนังเปรียบเสมือน Background ขนาดใหญ่ หาก Background ดูกว้างใหญ่สบายตา ก็จะทำให้บ้านหลังดังกล่าวดูมีมูลค่ามากขึ้นได้

เทคนิคการออกแบบผนังให้โปร่งกว้าง คือการเลือกวัสดุกระจกมาเป็นส่วนประกอบในการตกแต่งบ้าน ยิ่งกระจกกว้างมากเท่าไหร่จะยิ่งหลอกสายตาให้บ้านของเราดูกว้างขึ้นได้ การนำกระจกมาใช้งานสามารถทำได้ทั้งส่วนผนังที่เป็นช่องแสงแบบปิด และช่องแสงแบบเปิดหรือประตูหน้าต่างบานกระจกนั่นเองครับ

2. เปิดพื้นที่ให้โอ่อ่าด้วย Double Space

จากข้อแรกเน้นมิติทางสายตา ช่วยหลอกตาให้บ้านดูกว้างใหญ่ขึ้นได้ ในหัวข้อนี้ยังคงสัมพันธ์กับพื้นที่ แต่เป็นการออกแบบนอกเหนือกฎเกณฑ์มาตรฐานที่บ้านส่วนใหญ่นิยมทำกัน โดยปกติบ้านทั่วไปจะมีความสูงของฝ้าเพดานประมาณ​ 2.2-3 เมตร แต่หากลองเปลี่ยนบางห้องให้มีสัดส่วนของฝ้าที่สูงกว่าเดิมเป็นเท่าตัว หรือที่นิยามเรียกกันว่า Double Space จะช่วยให้บ้านของเราดูโอ่อ่า ดูหรูมากยิ่งขึ้น

ห้องที่เหมาะกับการใช้งาน Double Space อาทิ ห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร แนวทางดังกล่าวนี้ ไม่ได้ทำให้ค่าใช้จ่ายในการสร้างบ้านสูงขึ้นมาก แต่กลับได้ความโปร่งสบาย ช่วยให้อากาศภายในบ้านหมุนเวียนได้อย่างสะดวก

3. ของแพงชิ้นเดียวก็เกินพอ

การแต่งบ้านเปรียบเสมือนงานศิลปะชิ้นหนึ่ง ที่ต้องดูองค์ประกอบของภาพรวมให้ดูดีมีความสมดุล สำหรับเทคนิคการเลือกของตกแต่งบ้านที่ทำให้มุมดังกล่าวดูแพงขึ้นได้ คือ การเลือกของตกแต่งชิ้นใด ชิ้นหนึ่งที่มีมูลค่าสูง (แพงจริง) โดยจัดวางให้ชิ้นดังกล่าวอยู่ในตำแหน่งที่โดดเด่น นำสายตา ส่วนของตกแต่งชิ้นอื่น ๆ ที่เป็นองค์ประกอบเสริม สามารถเลือกซื้อมาวางร่วมได้ แต่ต้องอยู่ในโทนสีและสไตล์เดียวกัน หลักการดังกล่าวนี้จะทำให้ทุก ๆ ชิ้นที่เป็นองค์ประกอบเสริมดูแพงตามชิ้นใหญ่ครับ ในทางกลับกัน หากเลือกของตกแต่งที่ดูแพงหลาย ๆ ชิ้น จะทำให้เกิดการแย่งจุดสนใจจนรู้สึกถึงความเยอะเกินไป และจะลดมูลค่าของตกแต่งดังกล่าวลงไปมาก

4. ลองเพิ่ม Lighting ไปดูซิ

อีกหนึ่งวิธีที่ทำให้บ้านดูตื่นตา ตื่นใจ คือการหยอดแสงไฟให้กับมุมต่าง ๆ ของบ้าน วิธีการนี้สามารถเรียกความสนใจให้ส่วนดังกล่าวดูโด่ดเด่น สง่างามยิ่งขึ้น อาทิ การหยอดแสงไฟให้กับของตกแต่งบ้าน จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้ของตกแต่งชิ้นดังกล่าวดูแพงขึ้นทันที หรือหากเป็นพื้นที่นอกบ้าน ทั้งมุมสวน รั้วบ้าน ทางเดิน เพียงติดตั้งไฟส่องดวงเล็ก ๆ ตามพุ่มไม้และพื้นทางเดิน หรือแม้แต่การเพิ่มแสงให้กับน้ำพุในตัวอย่างภาพดังกล่าวนี้ ก็สามารถกระตุ้นให้เกิดความน่าสนใจมากขึ้นได้ ส่วนโทนแสงที่นิยมนำใช้ตกแต่งมากที่สุดเป็นแสงวอร์มไวท์เท่านั้นนะครับ เพราะหากเป็นแสงสีขาวจะให้ความสว่างมากเกินไป

5. เติม Texture ให้ผนังมีมิติ

ผนังบ้านที่เราพบเห็นทั่วไปเป็นผนังฉาบทาสีเรียบ ๆ ซึ่งยังขาดความเป็นมิติของผนัง การเติม Texture ให้กับผนังบางส่วน เพื่อให้ผิวสัมผัสเกิดมิติที่น่าสนใจ จะช่วยยกระดับให้บ้านดูหรูหราน่ามอง ในทางฮวงจุ้ยยังให้ความหมายสื่อไปถึงการเสริมบารมี ดูมั่นคง ดูภูมิฐานอีกด้วยครับ โดยลวดลายที่ช่วยกระตุ้นให้บ้านดูแพง นิยมเลือกลายหินธรรมชาติ

แต่หากเป็นแผ่นผนังหินจริงซึ่งหาได้ยากและมีราคาสูง หากต้องการประหยัดแต่ยังคงอารมณ์ที่ดูแพง สามารถเลือกวัสดุทดแทนในราคาที่ถูกลง เช่น กระเบื้องตกแต่งผนัง SCG รุ่น True Touch Platinum ที่มีความเสมือนจริงของสีและผิวสัมผัส ความลึกความขรุขระใกล้เคียงกับหินธรรมชาติ หรือจะเป็นรุ่น True Touch Two Tone สี Triple Brown ที่ให้บรรยากาศผ่อนคลายด้วยสีเอิร์ธโทนที่ให้ความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ

อีกยังวัสดุกระเบื้องตกแต่งยังให้น้ำหนักเบากว่าหินจริงมาก จึงช่วยลดน้ำหนักของตัวบ้านและสะดวกต่อการติดตั้งมากยิ่งขึ้น มีให้เลือกหลายรุ่น เลือกให้เข้ากับโทนสีของบ้านได้ง่าย เช่น สีสโมคกี้แบล็ค สีเมทัลแบล็ค สีลูนาร์โทนสีขาวเหลือง สีน้ำตาลผสมคละเฉด เป็นต้น

กระเบื้องตกแต่งผนัง เอสซีจี True Touch รุ่น Platinum สี Smoky Black

ตัวอย่างการตกแต่งด้วยกระเบื้องตกแต่งผนัง เอสซีจี รุ่น True Touch Platinum สังเกตได้ว่าการนำมาใช้ไม่จำเป็นต้องติดตั้งทั้งผนังครับ เพียงแค่เลือกจุดใด จุดหนึ่งที่เหมาะสม ก็สามารถสร้างความโดดเด่นให้กับตัวบ้านอย่างลงตัว ในทางกลับกัน หากนำมากรุทั้งผนังอาจทำให้ขาดความน่าสนใจไปได้

กระเบื้องตกแต่งผนัง เอสซีจี รุ่น True Touch Two Tone สี Triple Brown

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับ 5 แนวทางออกแบบบ้านให้ดูแพง ตกแต่งให้ดูดี คงจะพอเป็นแนวทางสำหรับคนที่กำลังมีโครงการสร้างบ้านหรือรีโนเวทบ้านกันพอสมควรนะครับ สำหรับท่านที่อยากเปลี่ยนสไตล์บ้าน เพิ่มลุคหรูให้บ้านด้วยการตกแต่งผนังด้วยกระบื้องลายหินที่เหมือนธรรมชาติจนแยกไม่ออกแบบนี้ แวะเข้าไปชมและพูดคุยเรื่องรายละเอียดของสินค้าพร้อมขอรับคำปรึกษาเกี่ยวกับการสร้างบ้าน การตกแต่งบ้านได้ที่ SCG ใกล้ ๆ บ้านทุกสาขา เพราะภายในโชว์รูปยังมีวัสดุอื่น ๆ ที่ช่วยให้บ้านของเราดูดีขึ้นได้ ตั้งแต่พื้นบ้านจนถึงหลังคาบ้าน ครบวงจรในที่เดียว

สะท้อนความร้อนได้ดีกว่า บ้านเย็นกว่า เมื่อติดตั้งหลังคา บลูสโคป แซคส์ คูล

สะท้อนแดดให้หลังคา ก่อนความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน
เมื่อต้องออกไปยืนอยู่ท่ามกลางแดดร้อนอย่างเลี่ยงไม้ได้ การกางร่มกันแดดที่คุณภาพดี ย่อมช่วยลดความรู้สึกร้อนลงอย่างเห็นได้ชัด หรือแม้แต่การทาครีมกันแดดก่อนออกกลางแจ้ง ย่อมช่วยปกป้องผิวพรรณไม่ให้หมองคล้ำได้ บ้านก็เช่นเดียวกัน หากได้ติดตั้งวัสุดมุงหลังคาที่มีคุณสมบัติสะท้อนแดด จะช่วยลดทอนการถ่ายเทความร้อนจากหลังคาลงสู่บ้านให้ช้าลง

ปัจจุบันวัสดุมุงหลังคามีให้เลือกหลากหลายชนิด หนึ่งในนั้นคือหลังคาเมทัลชีทที่เจ้าของบ้านมั่นใจเรื่องความง่ายในการติดตั้งและลดความเสี่ยงรั่วซึมของหลังคา แต่มักกังวลใจเรื่องความร้อนเพราะเข้าใจว่าเมทัลชีททำจากเหล็กที่ดูดซับความร้อนได้ดี ซึ่งมีส่วนถูกแต่ไม่ทั้งหมด อีกมุมหนึ่ง เมทัลชีทมีคุณสมบัติเด่นอยู่เช่นกัน “บ้านไอเดีย” พาไปทำความเข้าใจกันมากขึ้น พร้อมแนะนำเมทัลชีทที่ผลิตมาให้กันความร้อนได้ดียิ่งกว่าเดิม

เมทัลชีท “ร้อนเร็ว ก็เย็นเร็ว”
เมทัลชีทผลิตจากวัสดุโลหะชนิดต่าง ๆ มาผสมรวมกัน โลหะเป็นวัสดุที่นำความร้อนเร็ว แต่ไม่สะสมความร้อน นั่นหมายถึง เมื่อแดดร่มหรือพระอาทิตย์ตกดิน ความร้อนก็ลดลงอย่างรวดเร็ว แตกต่างจากวัสดุหลังคาประเภทคอนกรีต ร้อนช้ากว่าโลหะก็จริง แต่ความร้อนจะค่อย ๆ สะสมมากขึ้น และเมื่อตกเย็นความร้อนที่สะสมจะค่อย ๆ คายตัวเข้าสู่ภายในบ้าน จึงสังเกตได้ว่า ช่วง 6 โมงเย็นเป็นต้นไป ภายในบ้านจะร้อนอบอ้าวกว่าปกติ ด้วยเหตุนี้เองผู้พัฒนาหลังคาเมทัลชีท จึงพยายามแก้จุดด้อยที่มีคุณสมบัติร้อนเร็ว ให้เมทัลชีทมีคุณสมบัติร้อนช้าลง และเย็นไวขึ้นกว่าเดิมด้วยวิธีการสะท้อนความร้อน

บลูสโคป แซคส์ คูล (BlueScope Zacs Cool) เมทัลชีทสะท้อนความร้อน
อย่างที่ทราบกันดีว่า “หลังคา” เป็นจุดสูงสุดของบ้านที่ได้รับความร้อนโดยตรงจากแสงอาทิตย์ ความร้อนที่เข้าสู่ภายในบ้านกว่า 70 % จึงมาจากหลังคา การเลือกวัสดุมุงหลังคาในบ้านเขตร้อนจึงไม่ใช่แค่เรื่องความคงทนสวยงาม แต่ต้องมีคุณสมบัติสะท้อนความร้อนได้ดี เพื่อปกป้องบ้านจากความร้อนได้เต็มประสิทธิภาพ

บลูสโคป แซคส์ คูล (BlueScope Zacs Cool) วัสดุมุงหลังคาเมทัลชีทที่มาพร้อม Cool Coating Technology นวัตกรรมโมเลกุลเม็ดสีสูตรพิเศษที่ถูกผสมลงในเนื้อสี ช่วยเพิ่มคุณสมบัติในการสะท้อนความร้อนออกไปบางส่วน ก่อนที่ความร้อนจะเข้าสู่ตัวบ้าน เมื่อเทียบกับเมทัลชีททั่วไปที่ไม่ได้ใช้เม็ดสีสูตรพิเศษนี้ แผ่นเมทัลชีทจะดูดซับความร้อนและถ่ายเทเข้ามายังตัวบ้านไวกว่า Cool Coating Technology จึงเป็นหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เมทัลชีทบลูสโคป แซคส์ คูล มีการสะท้อนความร้อนที่ดีทุกเฉดสีแม้ในเฉดสีเข้ม สถาปนิก

สะท้อนความร้อนดีกว่า บ้านร้อนช้ากว่า

เพื่อทำการพิสูจน์ในเรื่องคุณสมบัติการสะท้อนความร้อน ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2563 บลูสโคปจึงร่วมมือกับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (Thailand Institute of Scientific and Technological Research) ได้ทำการทดสอบเปรียบเทียบอุณหภูมิ ระหว่างห้องที่ติดตั้งด้วยเมทัลชีทบลูสโคป แซคส์ คูล (BlueScope Zacs Cool) สีน้ำตาล Natural Brown ความหนา 0.35 มม. และห้องที่ติดตั้งด้วยเมทัลชีททั่วไปที่มีความหนาและสีเดียวกัน ขนาดของห้องจำลองประมาณ 3.75 ตารางเมตร ไม่มีการติดตั้งฝ้าใต้หลังคา ผลการทดสอบพบว่า ห้องที่ติดตั้งหลังคาด้วยเมทัลชีทบลูสโคป แซคส์ คูล มีค่าอุณหภูมิน้อยกว่าเมทัลชีททั่วไปถึง 2.2 องศาเซลเซียส

ร้อนช้ากว่า ประหยัดค่าไฟกว่า

อาจเกิดคำถามว่า อุณหภูมิร้อนช้ากว่าเพียง 2.2 องศาจะมีผลอย่างไรบ้าง ให้ผู้อ่านนึกถึงช่วงฤดูร้อนเมษายน ที่มีอุณหภูมิสูงเฉลี่ย 38-40 องศา ค่าไฟฟ้ามักสูงขึ้นเป็นเท่าตัว เพราะอุณหภูมิที่ต่างกันเพียง 1-2 องศา ย่อมส่งผลให้เกิดความรู้สึกร้อนเย็นของผิวกายแตกต่างกันมาก และเมื่ออุณหภูมิเฉลี่ยสูงขึ้น การทำงานของเครื่องปรับอากาศย่อมหนักขึ้นตาม เป็นผลให้ค่าไฟฟ้าสูงขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้เลย การลดอุณหภูมิให้บ้านจึงช่วยลดค่าไฟฟ้าอย่างมีนัยยะสำคัญ

อย่างไรก็ตาม การป้องกันความร้อนให้กับบ้านนอกจากการเลือกใช้เมทัลชีทที่มีค่าสะท้อนแสงมากแล้ว ยังสามารถเพิ่มตัวช่วยอื่น ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความร้อนได้อีกหลายวิธี เช่น การพ่นฉนวนโฟมหรือติดตั้งแผ่นฉนวนกันความร้อนชนิด PU ใต้แผ่นหลังคาตามความหนาที่ต้องการ เพียงเท่านี้ก็สามารถอยู่ภายในบ้านได้อย่างอุ่นใจแล้ว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

*