กระแสตอบรับของหนัง thriller อย่าง เพื่อนที่ระลึก ยังร้อนแรง หนัง Horror

กระแสตอบรับของ หนัง thriller อย่าง ฉลาดเกมส์โกง ยังร้อนแรงอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่ทันข้ามปี GDH ค่ายหนังไทยอารมณ์ดีขวัญใจมหาชน ก็ปล่อย หนัง Horror ตามมาแทบจะทันที โดยได้ จิม โสภณ ศักดาพิศิษฏ์  ดูหนังออนไลน์ฟรี ผู้กำกับร้อยล้านจาก ลัดดาแลนด์ และมือเขียนบท ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ, แฝด, สี่แพร่ง, ห้าแพร่ง ฯลฯ ซึ่งแทบทุกเรื่องจัดว่าประสบความสำเร็จ (อ่อ ขอยกเว้น ฝากไว้..ในกายเธอ ไว้เรื่องนึงละกัน)

คราวนี้ จิม โสภณ ได้หยิบยกเอาตึกร้างสาธร หรือ “ตึกสาธรยูนีค” หนึ่งในอนุสรณ์สถานของวิกฤติต้มยำกุ้ง (พ.ศ. 2540) มาทำเป็นภาพยนตร์สยองขวัญภายใต้ชื่อเรื่องว่า เพื่อน.. ที่ระลึก (The Promise)

เรื่องย่อ เพื่อน.. ที่ระลึก
เมื่อปี 2540 วิกฤติการณ์ต้มยำกุ้ง ทำให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของครอบครัวของ อิ๊บ และ บุ๋ม ต้องพังครืนไปพร้อม ๆ กัน ตึกคอนโดหรูใจกลางเมืองที่พ่อของพวกเธอลงทุนทำร่วมกันถูกระงับการก่อสร้าง ทั้งสองครอบครัวกลายเป็นบุคคลล้มละลาย พวกเธออับอายและปรับตัวไม่ได้กับการเปลี่ยนแปลง จึงตัดสินใจไปฆ่าตัวตายพร้อมกันบนตึกนั้น แต่ปรากฏว่าคนที่ตายกลับเป็นแค่อิ๊บเพียงคนเดียว ทั้งที่ก่อนลั่นไก ก็สัญญากันแล้วว่าจะตายด้วยกัน

ผ่านไป 20 ปี ในปี 2560 บุ๋ม (เมนเทอร์บี-น้ำทิพย์) เติบโตกลายเป็นนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ และได้กลับไปที่ตึกนั้นอีกครั้ง พร้อมกับ เบล (ลิลลี่ เดอะเฟซไทยแลนด์ ซีซัน 2) ลูกสาวผู้เป็นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเธอ หลังกลับจากตึกก็เกิดเรื่องประหลาดขึ้นกับเบล เช่น ละเมอกลางดึก พูดคนเดียว ทำร้ายตัวเอง ฯลฯ และสิ่งที่เบลทำในขณะที่ไม่รู้ตัวนั้นทำให้บุ๋มระลึกถึงอิ๊บ และคิดว่านี่อาจเป็นการกลับมาทวงคำสัญญาของอิ๊บในวันนั้น

รีวิว วิเคราะห์ วิจารณ์หนัง เพื่อน.. ที่ระลึก
สำหรับหนังผีไทย เราคิดว่า เพื่อน.. ที่ระลึก ก็ทำได้ดีอยู่ มีความน่ากลัวระดับหนึ่ง ไม่ได้น่ากลัวมากถึงขนาดออกจากโรงมาแล้วก็ยังรู้สึกหลอนตามตัวละครอะไร แต่ก็ถือว่าตอบโจทย์ในแง่ความหลอน ความน่ากลัว และความสยองขวัญ อย่างที่หนังผีฮอลลีวู้ดหลายเรื่องทำให้ไม่ได้

ผีเหี้ยมาก มี “ตุ้งแช่” ที่ “หลอก/ล่อคนดู” อยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่น่าเกลียด ที่เกลียดคือผีแม่งบ้า จัดหนัก อาฆาตแค้นเบอร์แรง ไร้เหตุผล ขยันมาเช้ากลางวันเย็น ชนิดไม่ให้พักให้ผ่อน ดูแล้วนี่ก็รู้สึกเหนื่อย อยากให้หนังจบ ๆ ไว ๆ เพราะกลัวหัวใจจะวายตายอีอิ๊บไปเสียก่อนบีหรือลิลลี่

คาแรกเตอร์ของบุ๋มเองก็มีส่วนอยู่บ้างที่ทำให้เรารู้สึกกลัวผีอิ๊บในหนังเรื่องนี้ไม่มากเท่าไหร่ เพราะเราต้องอยู่กับตัวละครบุ๋มนี่ตลอดเวลา ซึ่งบุ๋มเป็นหญิงที่ค่อนข้างสตรอง ดูไม่กลัวผีเสียเลย (หรือเพราะรู้ว่าผีคือเพื่อนสนิทตัวเองก็ไม่รู้นะ) แต่จะวิ่งเข้าไปท้าผีตลอดเวลา เอะอะอะไรก็กลับไปที่ตึก ๆ ๆ แล้วชั้นที่เกิดเหตุนั่นก็อยู่ชั้นที่ 47 !!! (นี่ปกติเดินขึ้นบันไดแค่ชั้น 3 ก็จะเป็นลมละ) ไม่รู้นางจะขยันเดินขึ้นเดินลงไปหาผีอะไรของนางนักหนา (แต่ถ้าเป็นหนังผีไทยเรื่องอื่น ตัวละครเอกคงเร่ไปวัด ไปหาพระ หาหมอผีนานละ)

สรุปคือบุ๋มเป็นไฟต์เตอร์ (ก็ผ่านวิกฤติ IMF มาได้นี่เนอะ) ไม่กลัวผี แต่กลัวเสียลูกมากกว่า พาร์ทดราม่าที่เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ของแม่ลูกจึงแข็งกว่าพาร์ทผี การแสดงของเมนเทอร์บีก็โดดเด่นทะลุจอ ดูแล้วเราเชื่อ มันให้ความรู้สึกเหมือนนางจะเป็นบ้าจริง ๆ ประสาทจะกินจริง ๆ แต่ลิลลี่ซึ่งเล่นเป็นเบล ยังไม่มีอะไรน่าจดจำนักสำหรับเรา

ในส่วนอื่น ๆ เราว่าหนังถ่ายภาพสวย แต่จุดอ่อนสำคัญคือ “บท” ที่เรามองว่าอ่อน ไม่ค่อยมีอะไร แล้วหนังค่อนข้างยาว (เกือบสองชั่วโมง) ช่วงแรก ๆ ก็ดูดีมีอะไรอยู่หรอกนะ แต่มันจะมีบางช่วงที่เริ่มไม่ชวนติดตามละ ตัดต่อแปลก ๆ ยิ่งช่วงท้าย ๆ ก็ยิ่งแผ่วลง ๆ เหมือนหนังยังไม่แน่ใจว่าจะให้หนังไปลงตรงไหน มันเลยพาเราไปได้ไม่สุดสักทาง ไม่ว่าจะสยองขวัญหรือดราม่า บทสรุปในตอนจบเราก็เลยไม่อิน

หนังไม่ได้มีอะไรเซอร์ไพรส์อย่างที่เราคาดหวัง ซึ่งตอนแรกอีพวกนักเขียนพันทิปชวนนี่มโนไปหลายเวย์มาก (เออ พวกแกน่ะคิดมาก) แต่หนังก็มีบางจุดที่เราไม่ค่อยเคลียร์ เช่น ในเรื่องบุ๋มมีลูกตอนอายุ 20 ปีหรอ? แล้วบุ๋มกลับมารวยระดับนักธุรกิจแนวหน้าอีกครั้งได้อย่างไร? พ่อของบุ๋มตอนนั้นจบยังไง?

อีกอย่าง หน้าหนังขายตึกร้างสาธรและต้มยำกุ้งไว้ยิ่งใหญ่มาก แต่ในหนังกลับใช้มันได้ไม่คุ้มเอาสักนิด อย่างวิกฤติต้มยำกุ้งเนี่ย เหมือนมีมาเพื่อบอกแค่ว่า บุ๋มกับอิ๊บเคยรวยแต่แล้วต้องมาจนเป็นคุณหนูตกอับเพราะพิษต้มยำกุ้ง แล้วความล้มเหลวของครอบครัวก็เป็นแรงจูงใจให้ไปฆ่าตัวตายนะ (เอาจริง แค่แรงจูงใจตรงนี้ หนังยังใส่แบคกราวนด์มาให้เบาบาง จนเรายังไม่ทันอินเลยว่า ลูก ๆ อย่างพวกแกจะไปฆ่าตัวตายกันทำม้าย~)

ในส่วนของ “ชวนระลึก” ถึงอดีต หรือการ “ดักแก่” เช่น เพจเจอร์ ตู้สติ๊กเกอร์ ข้อความ “123 ปลาฉลามขึ้นบก” ฯลฯ เราก็ไม่รู้สึกอะไรเลย ทั้งที่เราก็เกิดทันของเก่า ๆ ทุกสิ่งที่ในหนังยกมาทั้งหมด

โดยสรุป โปรดักชั่นดี การแสดง (บี-น้ำทิพย์) เยี่ยม ผีก็น่ากลัวระดับหนึ่ง แต่บทค่อนข้างอ่อนอย่างน่าเสียดาย (ก็ยอมรับนะว่าตอนแรกเราแอบคาดหวังกับบทของ GDH ไว้ค่อนข้างเยอะนิดนึง) อย่างไรก็ดีแฟนคลับ บี-น้ำทิพย์ และน้องลิลลี่ ก็ไปดูกันได้ แต่หนังมีความรุนแรงที่อาจไม่เหมาะกับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี

หนังเข้าฉาย 7 ก.ย. 2017 นี้ ในโรงภาพยนตร์

สำหรับเรา ขอให้คะแนนโดยรวม 7/10 พอ (ก็ถือว่าโอเคล่ะเนอะสำหรับหนังผีไทย)

ตั้งแต่ประกาศว่าตึกร้างสาทรจะถูกนำมาผูกเรื่องราวสร้างเป็นหนังผีดราม่าของ GDH และได้ พี่จิม-โสภณ ผู้กำกับหนังที่สร้างทั้งชื่อเสียง รางวัล และรายได้ 100 กว่าล้าน อย่าง ลัดดาแลนด์ (2011) มานั่งแท่นกำกับและเขียนบทก็ตั้งหน้าตั้งตารอดูตั้งแต่วินาทีนั้นเป็นต้นมา การโปรโมทว่าตึกร้างชื่อดังจะมีบทบาทเป็นหนึ่งในตัวละครเอกของเรื่อง ก็ยิ่งทำให้อยากรู้อยากเห็นและเดาไปตามมุมมองต่าง ๆ นานาว่าหนังจะออกมาในรูปแบบใด และเมื่อเริ่มปล่อยโมชั่นโปสเตอร์ออกมาก็ยิ่งสร้างความหลอนและกระตุ้นต่อมอยากดูมากขึ้นไปอีก คนทั่วไปเริ่มแชร์และพูดถึงเพราะมันน่าดูมากขึ้นเรื่อย ๆ จริง ๆ จนกระทั่งทางค่ายปล่อยตัวอย่างหนังออกมาครั้งแรก เรากลับรู้สึกว่าหนังไม่ได้มีพล็อตมีเรื่องราวที่แปลกใหม่น่าติดตามสักเท่าไหร่ ความอยากดูยังมีแต่ก็ลดลงไปมาก ผิดกับครั้งที่ได้ดูตัวอย่าง ฉลาดเกมส์โกง (นัฐวุฒิ ฑุนพิริยะ | 2017) หนังระทึกขวัญเมื่อช่วงต้นปีจากค่ายเดียวกัน ที่ถึงแม้จะไม่มีผีแต่กลับให้ความลุ้นระทึกได้มากกว่า ก็ได้แต่หวังว่าหนังจะมีเรื่องราวที่หยิบวิกฤตต้มยำกุ้งมาเล่าไปกับเส้นเรื่องผีได้คุ้มค่าและน่าติดตาม และพอได้ดูหนังแล้ว ก็โอเคตามมาตรฐานหนังของผู้กำกับและค่ายหนังเอง แต่ก็เสียดายหลาย ๆ อย่างที่น่าจะทำให้หนังเรื่องนี้โดดเด่นและชวนดูมากกว่านี้

ความเสียดายอันดับแรกคือ ตึกสาทรที่โปรโมทบอกไว้ว่าจะเป็นพระเอกของเรื่องนั้น ไม่ได้ถูกใช้อย่างคุ้มค่าราคาที่ให้ไว้กับคนดู ทั้งการเล่นกับพื้นที่ภายในตึกให้พิเศษมากกว่านี้หน่อย และมิติที่เชื่อมโยงกับเมืองโดยรอบให้ได้บรรยากาศความรู้สึกร่วมของคนดู ในมุมที่มองว่าตึกร้างแห่งนี้เป็นอนุสรณ์สถานแห่งการล้มครืนของสภาพเศรษฐกิจที่ส่งผลให้หลายชีวิตต้องหยุดชะงัก หรือสิ้นสุดลงนั้น น้อยเกินกว่าที่คาดว่าจะได้เห็น แต่รวม ๆ แล้วการถูกชดเชยด้วยความพยายามเป็นหนังผีที่ดีให้ได้ตามมาตรฐาน และยังเห็นความพยายามที่จะสร้างความแปลกใหม่ให้หนังผีไทย โดยการตั้งใจไม่ให้เห็นผีจะๆ ตรง ๆ ก็น่ายินดี ทำให้ส่วนที่ไม่ได้รับจากหนังตามที่คาดไม่ได้เป็นที่น่าหัวเสียอะไร ถึงแม้ว่าบางมุกจะเวิร์กบ้าง อย่าง มุกลูกแก้ว ชอบฉากนี้มากที่สุด หรือบางมุกจะเฉิ่มบ้าง อย่าง มุกผ้าคลุม แต่รวม ๆ แล้วก็ยังน่าติดตามและดูไปได้เรื่อย ๆ

ความเสียดายอีกอย่างคือ ความตั้งใจที่จะไม่ให้เห็นผีจะจะตรง ๆ ซึ่งลดความเป็นผีตุ้งแช่บันเทิงเสียงได้แต่ก็ยังมีมุกผีตุ้งแช่อยู่มากนั้น น่าเสียดายในการที่จะโชว์ความระทึกในรูปแบบอื่น ๆ เช่นการกำกับภาพบรรยากาศตึกร้างให้น่าขนลุกมากกว่านี้ นอกเหนือไปจากความระทึกด้วยมุกต่าง ๆ ที่มีมาตั้งแต่ในบท ซึ่งหลาย ๆ มุกก็ยังนึกถึงเรฟเฟอเรนซ์จากหนังดังหลาย ๆ เรื่องได้เช่นกัน

ความเสียดายอย่างสุดท้ายคือ ในส่วนของบทหนังที่การสร้างเงื่อนไขของผีดูน่าสนใจ และชวนให้ลุ้นระทึกน่าติดตาม แต่ว่ามันไม่พยายามที่จะสื่อสารหรือตอบคำถามในความสงสัยของคนดูเท่าไหร่ ว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้น เหมือนลดละส่วนที่ไม่อยากเล่าด้วยการพูดเป็นแค่ภาพที่เชื่อมกันไม่กี่ซีน แต่คนดูจำนวนไม่น้อยเข้าใจตามไม่ทัน จึงไม่แปลกที่จะได้ยินคนดูไม่น้อยบอกว่าไม่เข้าใจว่าผีทำไมต้องเลือกทำแบบนั้น ไม่ทำแบบนี้ ซึ่งทำให้คนดูเขวไปจากลำดับหนังที่ต้องการจะเล่า แต่มีฉากที่บอกความรู้สึกคลุ้มคลั่งของตัวละคร ในขณะที่ต้องรักษาภาพความเป็นแม่และผู้นำบริษัทได้น่าสนใจหลายอัน และส่วนตัวพอใจมาก ๆ ที่คนทำไม่ได้ทิ้งประเด็นวิกฤตทางการเงินต้มยำกุ้งเพื่อจบแต่เส้นเรื่องผี ซึ่งยิ่งพอเข้าใจว่าคนทำหนัง GDH ต้องพยายามหาจุดจบที่ประนีประนอมความเศร้าและสุขให้ได้กึ่งกลางที่สุด ก็ต้องขอชมว่าหาทางลงให้ตอนจบของหนังได้ดี ด้วยความตั้งใจที่จะไม่ให้จบแบบรุนแรงหรือโลกสวยงดงามจนน่าตามด่าไปเลย ซึ่งทิ้งมุมมองให้คนขบคิดกับชิวิตในวันข้างหน้าของตัวละครที่เว้นช่องว่างให้เชื่อมโยงกับคนดูได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

*